โรงเรียนวัดทุ่งหลวง
หมู่ที่ 2 ถนนสุราษฎร์ - กระบี่  ตำบลทุ่งหลวง  อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84190
เบอร์โทรศัพท์ 0862674097
ผลงานครู
เจ้าของผลงาน
ชื่ออาจารย์ : นางสาววิภาวรรณ เจริญสุข
ตำแหน่ง : ครูผู้ช่วย
เบอร์โทรศัพท์ :
อีเมล :
โพสเมื่อ : 06 มี.ค. 2560,09:54  อ่าน 1374 ครั้ง
ชื่อผลงาน : นางงาม : เทศกาลงานสร้างวัฒนธรรมงามเมือง
รายละเอียดผลงาน

การจัดทำข้อมูลนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากบูรพคณาจารย์ทางสังคมศาสตร์ ขอขอบพระคุณอาจารย์ ดร.ฐากร สิทธิโชค บรมครูของข้าพเจ้าที่หยินยื่นโอกาสดีดีให้เสมอมา... 

               จากการลงพื้นที่ศึกษา...ถนนนางงามเส้นทางการคมนาคมจากอดีตที่ยังคงความงดงามและกลิ่นไอของความเจริญรุ่งเรืองที่มีมนต์ขลังที่ทุกคนต้องไปสัมพันธ์เยี่ยมชมเพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิต  ถนนนางงามมีการจัดเทศกาลสำคัญปีละหนึ่งครั้ง  โดยทางคณะผู้จัดงานคือภาคีคนรักสงขลาและกลุ่มงานพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยว  สำนักปลัดเทศบาล เทศบาลนครสงขลา  ร่วมกันสืบสานเทศกาลและจัดงานทุกปี  โดยจัดภายใต้ชื่อโครงการว่า “โครงการสมโภชเจ้าพ่อหลักเมือง” 

                จากคำบอกเล่าถึงเจ้าพ่อหลักเมือง “เซ่งห๋องเหล่าเอี๋ย” ในภาษาฮกเกี้ยน หรือ “เฉินหวงกุง” ในภาษาจีนกลางเป็นเทพเจ้าที่เป็นที่เคารพกันมากในประเทศจีน  ตามศัพท์ คำว่า “เซ่ง” หมายถึง กำแพงเมือง คำว่า “ห๋อง” หมายถึง คู่น้ำรอบเมือง “เหล่าเอี๋ย” หมายถึง เทพเจ้า ดังนั้น “เซ่งห๋องเหล่าเอี๋ย” ก็คือ เทพเจ้าผู้รักษาเมืองทุกเมืองสำคัญในประเทศจีนยุคโบราณที่มีกำแพงเมืองล้อมรอบ  จะต้องมีการสร้างศาลเจ้าเพื่อประดิษฐานท่านไว้เพื่อรักษาเมืองให้ปลอดภัยจากอันตรายต่างๆ เป็นคตินิยมที่ตามคนจีนอพยพมาอยู่เมืองไทยด้วย  เมื่อรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ  ให้ย้ายเมืองสงขลาจากฝั่งท่าแหลมสนมายังฝั่งบ่อยางในปี พ.ศ.2379 โปรดเกล้าพระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง) เจ้าเมืองสงขลา  สร้างกำแพงเมืองรอบเมืองใหม่แล้วเสร็จในปี พ.ศ.2385 ทรงพระราชทานเสาหลักเมืองทำจากไม้ชัยพฤกษ์  ให้พระอุดมปิฎก  และพระครูอัษฎาจารย์พราหมณ์  นำมาทำพิธีฝังไว้ใจกลางเมืองสงขลาเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเป็นเมืองสำคัญที่ป้องกันราชอาณาจักรทางภาคใต้  และเป็นสิริมงคลแก่ชาวเมืองสงขลา  หลังเสร็จพิธี  พระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง)  ซึ่งเป็นคนจีนฮกเกี้ยนได้สร้างตึงเก๋งได้ครอบเสาหลักเมืองไว้ 3 หลัง  และสร้างศาลเสื้อเมืองขึ้นอีกขั้นหนึ่ง  ต่อมาท่านได้อัญเชิญองค์เจ้าพ่อหลักเมืองจากมณฑลฮกเกี้ยนมาประดิษฐานไว้ในศาลตามคตินิยมของจีน  เพื่อให้คนจีนในสงขลาได้สักการบูชา  ทำให้ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาเป็นศาลเจ้าที่มีความพิเศษ  เป็นที่รวมความศักดิ์สิทธิ์ทั้งไทยและจีนไว้ในศาลเดียวกัน  เป็นแห่งแรกของโลก

                สอดคล้องกับ ปาณิสรา  ชะวิช (2557) ได้กล่าวถึง ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองไว้น่าสนใจว่า “ ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เป็นศาลเก่าแก่มีประวัติความเป็นมายาวนานคู่บ้านคู่เมืองสงขลา  ตั้งอยู่ถนนนางงาม  ซึ่งในอดีตเป็นที่อยู่และย่านการค้าเก่าแก่แห่งหนึ่งของคนจีนในจังหวัดสงขลา  ศาลหลักเมืองก่อสร้างในสมัยพระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส็ง ณ สงขลา) ผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น  ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานเทวรูปจีนหลายองค์  อันเป็นที่นับถือสักการะของคนไทยเชื่อสายจีน  ได้แก่ เจ้าพ่อหลักเมือง พระหมอ  เจ้าแม่ทับทิม เป็นต้น  นากจากนี้  เสาหลักเมืองที่ประดิษฐาน ณ ศาลหลักเมืองนั้นเป็นไม้ชัยพฤกษ์  ได้พระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว  ในปี พ.ศ.2385 โดยโปรดเกล้าให้พระสงฆ์ที่มีฐานุกรมเปรียญพร้อมคณะพราหมณ์  อัญเชิญหลักไม้ชัยพฤกษ์ลงฝังที่ใจกลางเมืองสงขลา (ในศาลหลักเมือง)  และได้โปรดให้สร้างศาลเจ้าพ่อหลักเมืองใหม่เป็นรูปทรงจีน  ต่อมามีการปรับปรุงบูรณะอีกครั้งในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  ในปี พ.ศ.2460  โดยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ากรมหลวงลพบุรีราเมศวร์  อุปราชมลฑลปักษ์ใต้

                งานเทศกาลสมโภชศาลหลักเมืองสงขลาที่กล่าวมาเป็นเทศกาลชาวไทยเชื้อสายจีนในสงขลาเป็นกลุ่มของคนจีนที่ร่วมตัวกันอย่างหนาแน่น  มีความเข้มแข็งทางวัฒนธรรม  และยังมีการปฏิบัติสืบต่อกันมาจากบรรพบุรุษ  ทั้งประเพณีที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและสังคมอย่างต่อเนื่อง  แม้ว่าความเข้มแข็งในเนื้อหาได้ถูกปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปบ้าง  ตามความเหมาะสมของยุคสมัยและกลุ่มคน  โดยเฉพาะคนเฒ่า คนแก่ และกลุ่มคนที่เคร่งครัด (อิศรัฏฐ์  รินไธสง และคณะ. 2552 : 99)

นอกจากนี้ยังมี   เทศกาลตรุษจีน  เทศกาลหยวนเชียว  เทศกาลเซ็งเม้ง  เทศกาลสารทขนมจ้าง  เทศกาลสารทจีน  เทศกาลไหว้พระจันทร์  เทศกาลกินเจ  และเทศกาลไหว้พระประจำปี  เป็นต้น  เทศกาลที่กล่าวมานอกจากงานสมโภชศาลหลักเมืองที่ถนนนางงามแล้ว  เป็นเทศกาลที่จัดไม่ได้ใหญ่โตเท่ากับงานสมโภชศาลหลักเมืองอย่างแท้จริง 

ดังนั้นศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา  จึงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์  และเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในท้องถิ่น   ทั้งจังหวัดสงขลาและใกล้เคียง  ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของกรมศิลปากรนับจากอดีตถึงปัจจุบัน  และทุกๆปีของช่วงเทศกาลตรุษจีนและวันคล้ายวันเกิดของศาลเจ้าพ่อหลักเมือง  จะมีการจัดงานเฉลิมฉลองเป็นประจำทุกปี 

 

อ้างอิง

                ปาณิสรา  ชะวิช (ผู้ให้สัมภาษณ์),  วิทวัส  นิดสูงเนิน (ผู้สัมภาษณ์),  บ้านเลขที่ 11

ถนนไทรบุรี ซอย 5  ตำบลไทรบุรี  อำเภอเมือง  จังหวัดสงขลา

เมื่อวันที่ 31 พฤศจิกายน 2557 (บุคลานุกรม)

                อิศรัฏฐ์  รินไธสง,  จิดาภา  สุวรรณฤกษ์,  กานตนา  สุวรรณโณ,  กิตติยา  ชนะกิจ, 

พัชรพล  ณ  พัทลุง  และสถาวิทย์  จันจุฬา.  (2552).  รายงานการวิจัยรูปแบบ

การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของชุมชนเมืองเก่า  อำเภอเมือง 

จังหวัดสงขลา.  สงขลา : หน่วยวิจัยเพื่อการพัฒนาสังคม บัณฑิตวิทยาลัย 

มหาวิทยาลัยทักษิณ  วิทยาเขตสงขลา.

โพสเมื่อ : 06 มี.ค. 2560,09:54   อ่าน 1374 ครั้ง