|
การจัดทำข้อมูลนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากบูรพคณาจารย์ทางสังคมศาสตร์ ขอขอบพระคุณอาจารย์ ดร.ฐากร สิทธิโชค บรมครูของข้าพเจ้าที่หยินยื่นโอกาสดีดีให้เสมอมา... จากการลงพื้นที่ศึกษา...ถนนนางงามเส้นทางการคมนาคมจากอดีตที่ยังคงความงดงามและกลิ่นไอของความเจริญรุ่งเรืองที่มีมนต์ขลังที่ทุกคนต้องไปสัมพันธ์เยี่ยมชมเพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิต ถนนนางงามมีการจัดเทศกาลสำคัญปีละหนึ่งครั้ง
โดยทางคณะผู้จัดงานคือภาคีคนรักสงขลาและกลุ่มงานพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยว สำนักปลัดเทศบาล เทศบาลนครสงขลา ร่วมกันสืบสานเทศกาลและจัดงานทุกปี โดยจัดภายใต้ชื่อโครงการว่า
“โครงการสมโภชเจ้าพ่อหลักเมือง”
จากคำบอกเล่าถึงเจ้าพ่อหลักเมือง
“เซ่งห๋องเหล่าเอี๋ย” ในภาษาฮกเกี้ยน หรือ “เฉินหวงกุง” ในภาษาจีนกลางเป็นเทพเจ้าที่เป็นที่เคารพกันมากในประเทศจีน ตามศัพท์ คำว่า “เซ่ง” หมายถึง กำแพงเมือง
คำว่า “ห๋อง” หมายถึง คู่น้ำรอบเมือง “เหล่าเอี๋ย” หมายถึง เทพเจ้า ดังนั้น
“เซ่งห๋องเหล่าเอี๋ย” ก็คือ เทพเจ้าผู้รักษาเมืองทุกเมืองสำคัญในประเทศจีนยุคโบราณที่มีกำแพงเมืองล้อมรอบ จะต้องมีการสร้างศาลเจ้าเพื่อประดิษฐานท่านไว้เพื่อรักษาเมืองให้ปลอดภัยจากอันตรายต่างๆ
เป็นคตินิยมที่ตามคนจีนอพยพมาอยู่เมืองไทยด้วย
เมื่อรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ
ให้ย้ายเมืองสงขลาจากฝั่งท่าแหลมสนมายังฝั่งบ่อยางในปี พ.ศ.2379 โปรดเกล้าพระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง) เจ้าเมืองสงขลา สร้างกำแพงเมืองรอบเมืองใหม่แล้วเสร็จในปี พ.ศ.2385
ทรงพระราชทานเสาหลักเมืองทำจากไม้ชัยพฤกษ์ ให้พระอุดมปิฎก และพระครูอัษฎาจารย์พราหมณ์
นำมาทำพิธีฝังไว้ใจกลางเมืองสงขลาเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเป็นเมืองสำคัญที่ป้องกันราชอาณาจักรทางภาคใต้ และเป็นสิริมงคลแก่ชาวเมืองสงขลา หลังเสร็จพิธี
พระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง)
ซึ่งเป็นคนจีนฮกเกี้ยนได้สร้างตึงเก๋งได้ครอบเสาหลักเมืองไว้ 3 หลัง
และสร้างศาลเสื้อเมืองขึ้นอีกขั้นหนึ่ง
ต่อมาท่านได้อัญเชิญองค์เจ้าพ่อหลักเมืองจากมณฑลฮกเกี้ยนมาประดิษฐานไว้ในศาลตามคตินิยมของจีน เพื่อให้คนจีนในสงขลาได้สักการบูชา
ทำให้ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาเป็นศาลเจ้าที่มีความพิเศษ เป็นที่รวมความศักดิ์สิทธิ์ทั้งไทยและจีนไว้ในศาลเดียวกัน เป็นแห่งแรกของโลก
สอดคล้องกับ ปาณิสรา ชะวิช (2557)
ได้กล่าวถึง ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองไว้น่าสนใจว่า “ ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง
เป็นศาลเก่าแก่มีประวัติความเป็นมายาวนานคู่บ้านคู่เมืองสงขลา ตั้งอยู่ถนนนางงาม ซึ่งในอดีตเป็นที่อยู่และย่านการค้าเก่าแก่แห่งหนึ่งของคนจีนในจังหวัดสงขลา ศาลหลักเมืองก่อสร้างในสมัยพระยาวิเชียรคีรี
(เถี้ยนเส็ง ณ สงขลา) ผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานเทวรูปจีนหลายองค์ อันเป็นที่นับถือสักการะของคนไทยเชื่อสายจีน ได้แก่ เจ้าพ่อหลักเมือง พระหมอ เจ้าแม่ทับทิม เป็นต้น นากจากนี้
เสาหลักเมืองที่ประดิษฐาน ณ ศาลหลักเมืองนั้นเป็นไม้ชัยพฤกษ์
ได้พระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ.2385 โดยโปรดเกล้าให้พระสงฆ์ที่มีฐานุกรมเปรียญพร้อมคณะพราหมณ์
อัญเชิญหลักไม้ชัยพฤกษ์ลงฝังที่ใจกลางเมืองสงขลา (ในศาลหลักเมือง) และได้โปรดให้สร้างศาลเจ้าพ่อหลักเมืองใหม่เป็นรูปทรงจีน
ต่อมามีการปรับปรุงบูรณะอีกครั้งในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ.2460 โดยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ากรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ อุปราชมลฑลปักษ์ใต้
งานเทศกาลสมโภชศาลหลักเมืองสงขลาที่กล่าวมาเป็นเทศกาลชาวไทยเชื้อสายจีนในสงขลาเป็นกลุ่มของคนจีนที่ร่วมตัวกันอย่างหนาแน่น มีความเข้มแข็งทางวัฒนธรรม และยังมีการปฏิบัติสืบต่อกันมาจากบรรพบุรุษ
ทั้งประเพณีที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและสังคมอย่างต่อเนื่อง
แม้ว่าความเข้มแข็งในเนื้อหาได้ถูกปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ตามความเหมาะสมของยุคสมัยและกลุ่มคน โดยเฉพาะคนเฒ่า คนแก่ และกลุ่มคนที่เคร่งครัด
(อิศรัฏฐ์ รินไธสง และคณะ. 2552 : 99)
นอกจากนี้ยังมี เทศกาลตรุษจีน เทศกาลหยวนเชียว เทศกาลเซ็งเม้ง เทศกาลสารทขนมจ้าง เทศกาลสารทจีน
เทศกาลไหว้พระจันทร์
เทศกาลกินเจ
และเทศกาลไหว้พระประจำปี
เป็นต้น
เทศกาลที่กล่าวมานอกจากงานสมโภชศาลหลักเมืองที่ถนนนางงามแล้ว เป็นเทศกาลที่จัดไม่ได้ใหญ่โตเท่ากับงานสมโภชศาลหลักเมืองอย่างแท้จริง
ดังนั้นศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา จึงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในท้องถิ่น ทั้งจังหวัดสงขลาและใกล้เคียง ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของกรมศิลปากรนับจากอดีตถึงปัจจุบัน และทุกๆปีของช่วงเทศกาลตรุษจีนและวันคล้ายวันเกิดของศาลเจ้าพ่อหลักเมือง จะมีการจัดงานเฉลิมฉลองเป็นประจำทุกปี
อ้างอิง
ปาณิสรา ชะวิช (ผู้ให้สัมภาษณ์), วิทวัส
นิดสูงเนิน (ผู้สัมภาษณ์),
บ้านเลขที่ 11
ถนนไทรบุรี ซอย 5 ตำบลไทรบุรี อำเภอเมือง
จังหวัดสงขลา
เมื่อวันที่ 31 พฤศจิกายน 2557
(บุคลานุกรม)
อิศรัฏฐ์ รินไธสง,
จิดาภา สุวรรณฤกษ์, กานตนา
สุวรรณโณ, กิตติยา ชนะกิจ,
พัชรพล
ณ พัทลุง และสถาวิทย์
จันจุฬา. (2552). รายงานการวิจัยรูปแบบ
การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของชุมชนเมืองเก่า อำเภอเมือง
จังหวัดสงขลา. สงขลา : หน่วยวิจัยเพื่อการพัฒนาสังคม
บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา. |